การดำเนินการให้สิทธิ์ (CEPT) 
การดำเนินการให้สิทธิ์ (CEPT) แบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม

- สินค้าเร่งลดภาษี (Fast Track) ลดภาษีลงให้เหลือร้อยละ 0-5 ภายใน 7 ปี มี 15 สาขาสินค้า ได้แก่ ซีเมนท์ ปุ๋ย
ผลิตภัณฑ์หนัง เยื่อกระดาษ สิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ไม้และหวาย น้ำมันพืช เคมีภัณฑ์ พลาสติก ผลิตภัณฑ์ยาง ผลิตภัณฑ์เซรามิก และผลิตภัณฑ์แก้ว เภสัชภัณฑ์ และแคโทดที่ทำจากทองแดง - สินค้าลดภาษีปกติ (Normal Track) ลดภาษีลงให้เหลือร้อยละ 0-5 ภายใน 10 ปี สินค้ายกเว้นชั่วคราว
(Temporary Exclusion List) ได้แก่ สินค้าที่แต่ละประเทศสงวนลิขสิทธิ์ไม่ลดภาษีชั่วคราวแต่จะทยอยนำมา ลดภาษีภายใน 5 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2539 เป็นต้นไป - การลด/เลิกมาตรการที่มิใช่ภาษี ยกเลิกมาตการจำกัดด้านปริมาณเมื่อสินค้านั้นลดภาษีอยู่ที่ระดับร้อยละ 20
หรือต่ำกว่า และยกเลิกมาตรการที่มิใช่ภาษีอื่นภายใน 5 ปีต่อมา
ผลบังคับการให้สิทธิ์ CEPT
 ประเทศสมาชิกเดิม 6 ประเทศ จะลดภาษีการนำเข้าในบัญชีรายการลดภาษีภายใต้ CEPT เหลืออัตราร้อยละ 0-5 ภายในปี 2546 และเป็น 0 ในปี 2553 ประเทศสมาชิกใหม่ 4 ประเทศจะลดภาษีนำเข้าในบัญชีรายการลดภาษีภายใต้ CEPT เหลืออัตราร้อยละ 0-5 โดยเวียดนามในปี 2549 ลาว และพม่าในปี 2551 กัมพูชาในปี 2553 และจะเป็น 0 ในปี 2558
เงื่อนไขการได้รับสิทธิ์ประโยชน์ 
- สินค้าที่ส่งออกต้องอยู่ในบัญชีรายการสินค้าลดภาษีของประเทศสมาชิกอาเซียนผู้นำเข้า
- เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นโดยใช้วัตถุดิบของประเทศผู้ส่งออกทั้งหมด
- สินค้าที่ผลิตขึ้นโดยมิได้ใช้วัตถุดิบของประเทศสมาชิกผู้ส่งออก แต่มีสัดส่วนของวัตถุดิบที่มีแหล่งกำเนิดของ
ประเทศสมาชิกอย่างน้อยร้อยละ 40 ของราคา F.O.B. ของสินค้านั้น จะถือว่ามีแหล่งกำเนิดจากประเทศสมาชิกอาเซียน - ผ่านหลักเกณฑ์กระบวนการผลิตที่รับการแปรสภาพอย่างเพียงพอภายในประเทศ สำหรับสินค้าสิ่งทอ แป้งสาลี
ผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม เหล็ก และเหล็กกล้า - สินค้าที่ส่งออกต้องมีคุณสมบัติถูกต้องตามกฏหมายว่าด้วยแหล่งกำเนิด และหลักเกณฑ์การขนส่งโดยตรง
เอกสารที่จำเป็นในการขอใช้สิทธิ์ CEPT  ผู้ขอรับสิทธิประโยชน์จะต้องกรอกแบบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (From D) ที่ออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจออกใบรับรอง ของประเทศผู้ส่งออกสินค้านั้น (ของไทยได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์)
|